สุดแต่ใจจะไขว่คว้า

พ่อพลมีลูกอยู่ 5 คน แต่เขากลับรักลูกไม่เท่ากันและไม่ยุติธรรมกับลูกๆ พลรักพงษ์พรรษ์ลูกชายคนโต มากกว่าลูกคนอื่นๆ เพราะว่าพงษ์เรียนเก่ง ทำให้พ่อภูมิใจและมีความหวังว่าเมื่อโตขึ้นพงศ์จะได้ทำงานที่มีเกียรติ ได้เป็น "เจ้าคนนายคน" พ่อตามใจและเข้าข้างพงษ์มากกว่าลูกคนอื่นๆ ทำให้ในที่สุดพงษ์กลายเป็นคนที่นิสัยไม่ดี ส่วนแม่ส่งเป็นคนที่คอยช่วยขัดขวางพ่อในทุกๆเรื่องที่เห็นว่าพ่อไม่ยุติธรรมกับลูกคนอื่นๆ
พัฒนะเป็นลูกที่พ่อชัง เพราะว่าเรียนไม่เก่งและยังดื้อกับพ่ออีก หลายครั้งที่พ่อมองข้ามความดีของพัฒไป พ่อไม่พอใจอย่างมากที่พัฒไม่เรียนต่อ และมาทำอู่ซ่อมรถเพราะมองว่าเป็นอาชีพที่ต่ำต้อยและไม่มีอนาคต แต่ว่าพัฒก็ยังทำต่อไปโดยมีแม่สนับสนุน
พุดจีบพี่สาวคนโตมีความตั้งที่จะเรียนพยาบาล แต่ก็จำใจต้องสละสิทธิ์ เนื่องจากพ่อไม่ยอมส่งเสียให้เรียน โดยให้เหตุผลว่า เป็นลูกผู้หญิงไม่จำเป็นต้องเรียนเยอะ แต่ว่าที่แท้จริงแล้ว พ่อนำเงินไปลงทุนให้พงษ์จนหมด ทำให้พุดจีบต้องไปเรียนตัดเสื้อกับอาวรรณี ส่วนพิณรมย์น้องสาวคนรองได้เรียนพยาบาลสมใจจากเงินของพุดจีบและพัฒ
พรพุฒิน้องชายคนสุดท้องที่มีพรสวรรค์ทางศิลปะต้องการเรียนช่างศิลป์ แต่ว่าพ่อก็ขัดขวางอีกเช่นเคย
คติสอนใจ
"...คนเราถ้าคิดจะเป็นใหญ่เป็นโต เป็นผู้ปกครองคนอื่น มันต้องมีน้ำใจกรุณา คิดถึงอกเขาอกเรา พ่อจะเอาแต่เข้าข้างมันเพราะมันเรียนเก่งน่ะไม่ได้หรอก เก่งเท่าเก่ง ถ้าไม่มีธรรมะในหัวใจ มันก็เป็นผู้นำใครเขาไม่ได้หรอก" (แม่ส่ง)
การที่ลูกๆเติบโตขึ้น จะเป็นคนอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับการสั่งสอนของพ่อแม่ที่ปลูกฝังลูกมาตั้งแต่เด็กว่าจะให้ลูกของตนดำเนินชีวิตในทิศทางใด ถ้าในมุมมองที่เราอ่านหนังสือเล่มนี้ตอนที่เราเป็นเด็ก คือเห็นใจพัฒนะ และเกลียดพรพงษ์ พาลชิงชังคนเป็นพ่อที่ลำเอียงรักลูกไม่เท่ากัน
สุดท้ายแล้วคนเป็นพ่อเป็นแม่ต้องการลูกที่เป็น 'คนเก่ง' หรือ 'คนดี' มากกว่ากัน และจะต้องทำอย่างไรให้ลูก ๆ ของตนเป็นทั้งเด็กดีและเด็กเก่งในคนคนเดียว...
นางสาวนิรูไวดา กูเซ็ง
601081158 คณะนิติศาสตร์