วันอังคารที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2562

สรุปนวนิยายเรื่องสุดแต่ใจจะไขว่คว้า

สุดแต่ใจจะไขว่คว้า

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ รูปการ์ตูนคนคว้าดาว

         พ่อพลมีลูกอยู่ 5 คน แต่เขากลับรักลูกไม่เท่ากันและไม่ยุติธรรมกับลูกๆ พลรักพงษ์พรรษ์ลูกชายคนโต  มากกว่าลูกคนอื่นๆ เพราะว่าพงษ์เรียนเก่ง ทำให้พ่อภูมิใจและมีความหวังว่าเมื่อโตขึ้นพงศ์จะได้ทำงานที่มีเกียรติ ได้เป็น "เจ้าคนนายคน" พ่อตามใจและเข้าข้างพงษ์มากกว่าลูกคนอื่นๆ ทำให้ในที่สุดพงษ์กลายเป็นคนที่นิสัยไม่ดี ส่วนแม่ส่งเป็นคนที่คอยช่วยขัดขวางพ่อในทุกๆเรื่องที่เห็นว่าพ่อไม่ยุติธรรมกับลูกคนอื่นๆ

        พัฒนะเป็นลูกที่พ่อชัง เพราะว่าเรียนไม่เก่งและยังดื้อกับพ่ออีก หลายครั้งที่พ่อมองข้ามความดีของพัฒไป พ่อไม่พอใจอย่างมากที่พัฒไม่เรียนต่อ และมาทำอู่ซ่อมรถเพราะมองว่าเป็นอาชีพที่ต่ำต้อยและไม่มีอนาคต แต่ว่าพัฒก็ยังทำต่อไปโดยมีแม่สนับสนุน

       พุดจีบพี่สาวคนโตมีความตั้งที่จะเรียนพยาบาล แต่ก็จำใจต้องสละสิทธิ์ เนื่องจากพ่อไม่ยอมส่งเสียให้เรียน โดยให้เหตุผลว่า เป็นลูกผู้หญิงไม่จำเป็นต้องเรียนเยอะ แต่ว่าที่แท้จริงแล้ว พ่อนำเงินไปลงทุนให้พงษ์จนหมด ทำให้พุดจีบต้องไปเรียนตัดเสื้อกับอาวรรณี   ส่วนพิณรมย์น้องสาวคนรองได้เรียนพยาบาลสมใจจากเงินของพุดจีบและพัฒ
 พรพุฒิน้องชายคนสุดท้องที่มีพรสวรรค์ทางศิลปะต้องการเรียนช่างศิลป์ แต่ว่าพ่อก็ขัดขวางอีกเช่นเคย 

คติสอนใจ

       "...คนเราถ้าคิดจะเป็นใหญ่เป็นโต เป็นผู้ปกครองคนอื่น มันต้องมีน้ำใจกรุณา คิดถึงอกเขาอกเรา พ่อจะเอาแต่เข้าข้างมันเพราะมันเรียนเก่งน่ะไม่ได้หรอก เก่งเท่าเก่ง ถ้าไม่มีธรรมะในหัวใจ มันก็เป็นผู้นำใครเขาไม่ได้หรอก"  (แม่ส่ง)


        การที่ลูกๆเติบโตขึ้น จะเป็นคนอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับการสั่งสอนของพ่อแม่ที่ปลูกฝังลูกมาตั้งแต่เด็กว่าจะให้ลูกของตนดำเนินชีวิตในทิศทางใด ถ้าในมุมมองที่เราอ่านหนังสือเล่มนี้ตอนที่เราเป็นเด็ก คือเห็นใจพัฒนะ และเกลียดพรพงษ์ พาลชิงชังคนเป็นพ่อที่ลำเอียงรักลูกไม่เท่ากัน

       แต่เมื่อมาอ่านอีกครั้งในวัยที่โตขึ้น เราจะเข้าใจโลกและสังคมได้มากขึ้น ก็จะเห็นถึงความคาดหวังของคนเป็นพ่อเป็นแม่ และความกดดันที่คนเป็นลูกต้องได้รับ พอที่จะรู้สึกเข้าใจและเห็นใจในตัวละครในระดับหนึ่ง...

       สุดท้ายแล้วคนเป็นพ่อเป็นแม่ต้องการลูกที่เป็น 'คนเก่ง' หรือ 'คนดี' มากกว่ากัน และจะต้องทำอย่างไรให้ลูก ๆ ของตนเป็นทั้งเด็กดีและเด็กเก่งในคนคนเดียว... 


นางสาวนิรูไวดา   กูเซ็ง
601081158  คณะนิติศาสตร์
       

วันพฤหัสบดีที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2562

‘สตรีทฟู้ดไทย’ (Thai Street Food) หรือ อาหารริมทางของประเทศไทย

‘สตรีทฟู้ดไทย’ (Thai Street Food) หรือ อาหารริมทางของประเทศไทย มีชื่อเสียงไม่แพ้ชาติใดในโลก ต้องมาลิ้มลองสตรีทฟู้ดไทยสักครั้ง

Street Food หรือ อาหารริมทาง จัดเป็นอาหารจานด่วนที่พร้อมรับประทานเช่นเดียวกับ FastFood แต่สตรีทฟู้ดจะนิยมขายตามริมถนนหรือบนพื้นที่สาธารณะ ด้วยอาหารนานาชนิดและราคาที่ย่อมเยา เมื่อเทียบกับภัตตาคารหรือโรงแรมบางแห่ง จึงไม่แปลก ที่สานักข่าว CNN เมื่อปี2559 ยังคงจัดอันดับให้กรุงเทพมหานคร เป็น “สวรรค์แห่งอาหารริมทาง” หรือเมืองที่มีอาหารริมทาง (Street Food) ดีที่สุดในโลกต่อเนื่องจากปีที่แล้ว โดยนักท่องเที่ยวสามารถเลือกซื้ออาหารได้หลากหลาย และระบุด้วยว่าเยาวราชคือย่านของกินที่ดีที่สุดแห่งหนึ่ง


สตรีทฟู้ด จึงกลายเป็นอีกหนึ่งจุดขายด้านการท่องเที่ยว ที่รัฐบาลเตรียมผลักดันให้ได้มาตรฐาน มีความสะอาด ปลอดภัย และลบภาพลักษณ์อาหารข้างทางที่มีวิธีการปรุงไม่ค่อยถูกสุขลักษณะ เพื่อให้ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ หันมารับประทานเพิ่มมากขึ้น

























ทำไม สตรีทฟู้ด เมืองไทย ถึงได้รับความนิยม
จริงๆ แล้ว Street Food กระจายตัวอยู่ตามแหล่งชุมชนทั่วประเทศไทย ทั้งย่านหัวเมืองสำคัญอย่างเชียงใหม่หรือภูเก็ต แต่ที่เนื้อหอมมากที่สุด เห็นจะเป็นกรุงเทพมหานครฯ เมืองหลวงที่มีนักท่องเที่ยวสัญจรอยู่หนาแน่น นอกจากความอร่อยที่เหล่านักวิจารณ์อาหารทั่วโลกต่างรู้กันดี อาหารไทยหนึ่งจานยังมีรสสัมผัสที่หลากหลาย ทั้งเปรี้ยว หวาน เค็ม และเผ็ด

ไม่น่าเบื่อจำเจ ทาให้บรรดานักชิมได้สนุกกับรสชาติอาหารที่แตกต่างอย่างแน่นอน และอีกหนึ่งเผลหตุที่ทำให้สตรีทฟู้ดของไทยได้รับความนิยม ต้องยกให้กับ ‘ราคา’ ที่นับว่าคุ้มค่าต่อปริมาณอาหารและไม่แพงจนเกินไป เนื่องจาก Street Food มีต้นทุนการผลิตที่ค่อนข้างต่า ใช้เพียงอุปกรณ์ไม่กี่ชิ้นก็สามารถเปิดร้านได้แล้ว บวกกับวิถีชีวิตรีบเร่งของคนในเมืองหลวง ซึ่งต้องรับประทานอาหารให้ทันต่อเวลาที่มีจำกัด อีกทั้งค่าใช้จ่ายที่อาจจะน้อยกว่าการเดินจ่ายตลาดด้วยตนเอง สตรีทฟู้ดจึงตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ง่ายๆ แบบคนไทย และได้รับความนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก

บทบาทของรัฐบาลในการส่งเสริม สตรีทฟู้ด
สำหรับบทบาทของภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการส่งเสริมสตรีทฟู้ดของไทยเห็นได้จากข่าวเมื่อปีที่แล้ว ที่มีนโยบายออกมาจากทางกรุงเทพมหานครว่า จะเดินหน้าจัดระเบียบและยกระดับสตรีทฟู้ดให้ได้มาตรฐานทั้งความสะอาดความปลอดภัย และไม่ให้รุกล้ำทางเท้าจนเป็นอุปสรรคต่อประชาชนที่สัญจรอย่างที่เคยเป็นมา

โดย พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยถึงแนวทางการจัดระเบียบร้านอาหารริมทางของ กทม. ที่ร่วมกับกระทรวงวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และภาคีเครือข่าย ว่า

“ได้กาหนดพื้นที่จำหน่าย สตรีทฟู้ด ตามนโยบายการจัดระเบียบ เพื่อให้ประชาชน นักท่องเที่ยวผู้ใช้รถและทางเท้า สามารถสัญจรได้สะดวก ปลอดภัย บนพื้นฐานแห่งสิทธิและความเท่าเทียมเกิดความสะอาด ความเป็นระเบียบเรียบร้อย ซึ่งเป็นการส่งเสริมสนับสนุนให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้บริโภคอาหารที่ถูกสุขลักษณะ ตลอดจนกระตุ้นให้ผู้ประกอบการมีความรับผิดชอบต่อผู้บริโภค”

อย่างไรก็ตามผู้ประกอบการเองก็จำเป็นต้องปรับตัวตามกฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้นโดยเฉพาะด้านสุอนามัย และความต้องการของผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพ และให้ความสาคัญต่อกระบวนการปรุงอาหาร และความสดใหม่ของวัตถุดิบมากขึ้นด้วย

ความหลากหลายของ สตรีทฟู้ดไทย สะท้อนวัฒนธรรมการกินของไทยอันอุดมสมบูรณ์
ในแง่ของวัฒนธรรม สตรีทฟู้ดไทยยังเป็นตัวแทนสะท้อนวัฒนธรรมการกินแบบไทยๆที่ชัดเจนที่สุดตั้งแต่ความสะดวกสบายในการเสาะหาแหล่งอาหารการกิน ที่มีให้เลือกรับประทานได้แทบจะทุกช่วงเวลา

ยิ่งเมื่อวัฒนธรรมการกินของคนไทยหลอมรวมกับวิถีชีวิตสบายๆผู้คนที่ยิ้มแย้มแจ่มใส มีมิตรไมตรี ซึ่งเป็นเสน่ห์ของคนไทยที่นักท่องเที่ยวต่างชาติหลงใหลมาช้านานทำให้สตรีทฟู้ดของไทยเข้าถึงง่าย โดยไร้ข้อจากัดด้านภาษาที่แตกต่างกัน

ที่สุดแล้ว อัตลักษณ์ที่สร้างชื่อให้สตรีทฟู้ดไทยโด่งดังไปไกลทั่วโลก คือความหลากหลายของเมนูเป็นร้อยเป็นพัน ที่แสดงถึง ‘ความอุดมสมบูรณ์’ ในด้านทรัพยากรอาหารของประเทศ ครัวไทยจึงสามารถรังสรรค์เมนูสตรีทฟู้ดออกมาได้อย่างมีสีสัน ครบเครื่อง ไม่แพ้สตรีทฟู้ดชาติใดในโลกเลย







นางสาวนิรูไวดา กูเซ็ง
601081158 คณะนิติศาสตร์
























วันจันทร์ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2562